ภาษาc
save
deaw
dade
ไม่น่าเชื่อ
กระดาษ
คนนะ
......................... ...
มันชอบกลชอบกล
เพื่อนที่มาแล้วก็จากไป
เพื่อนของเขา
อาราย
อืม

ทำไมหว่า

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |>>


All (140)
default (139)
gg (1)



สมัครสมาชิก | Login


All (72)
default (68)
logo (4)



เปิดแล้ว มาได้เลย
ฟากรูป
Numb
DEAW
seed
crack
bf2player
เกมฟรี
โหด
รวมฮ
overclock
thaiuploa
carandmod
rmutphysi
http://doframingo.21
gamemun.c
emmanuell
Carbon
http://franky007
http://lovecenter.21
http://missyuna.212c
ดีไซ
ขาย ซื้อ
ps1
TuneUp Utility 2004
แจก wallpaper การ
ทุกคนต้องเข้าไปดู
spak
QuickTime 7.1
dlth.
Office 2000 ฉบับอัพเ
Windows® Def
Microsoft
Office 2003 Service
ยิงคน
แรกรูป
vnexpress.
รูปโหด
ภาพสวยสวยจากทุกท่านท
คอเกม
F.E.A.R.™
เกมเรือ
ชมรมฟิสิก
เศรษฐกิจพอเพียง
เรียนคณิต
หอพสุธา แห่งซันจวิ
ชมรมเรารักหนังจีน แล
โหลดหนัง
เว็ป thai
online
วัต com
เกม gun z
เว็ปบิต เรา
โพสมัน
sigs.2142
wowhead



deaw
2008-09-07 10:19:59

ปลาหมึกยักษ์ (Giant Squid)
เจิดจินดา โชติยะปุตตะ
วารสารการประมง ปีที่ 54
ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม - เมษายน 2544

      "ปลาหมึก" ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ปลา แต่ความหมายในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2525 ให้ความหมายว่า "ชื่อสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังที่มีขาซึ่งเรียกว่า หนวดอยู่ที่บริเวณหัว อาศัยอยู่ในทะเล มีถุงบรรจุน้ำสีดำอย่างหมึกสำหรับพ่นเพื่อพรางตัว มีหลายสกุล…และ หมึกก็เรียก"

      แต่เมื่อกล่าวถึงสัตว์น้ำชนิดนี้โดยรวมทั่วไปไม่ควรตัดคำเรียกเพียงแค่ "หมึก" เพราะอาจจะทำให้เข้าใจผิดไม่สื่อถึงสัตว์น้ำชนิดนี้ ความหมายอาจกลายเป็นอื่นได้ แต่น่าจะใช้ได้เมื่อมีชนิดของปลาหมึกมาต่อท้ายคำ เช่น "หมึกกล้วย" "หมึกกระดอง" และ "หมึกสาย" เป็นต้น
     ในนวนิยายต่างประเทศที่กล่าวถึงสัตว์ร้ายขนาดใหญ่จากท้องทะเลต่างๆ นั้น ได้แต่งให้ปลาหมึกยักษ์เป็นผู้ร้ายอยู่เสมอมาช้านานแล้ว นวนิยายคลาสสิคเรื่องที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วโลก และได้สร้างภาพยนตร์ด้วยคือเรื่อง "ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์" "Twenty Thousand Leagues Under The Sea" ของ Jules Verne ใน ค.ศ. 1870 ซึ่ง Walt Disneys ได้สร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 1954 นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "Moby Dick" ของ Herman Melville และยังมีอยู่เรื่อย ๆ อีกหลายเรื่องตลอดมาจนถึง "The Beast" ของ Peter Benchley ที่กล่าวว่าสัตว์ร้ายขนาดใหญ่จากทะเลเป็นพวกปลาหมึกขนาดยาวถึง 100 ฟุต ครอบครองทะเลแถบเบอร์มิวดา กินคนเป็นอาหารกลางวันจำนวนมาก โดยปลาหมึกมักจะถูกกล่าวหา หรือถูกอุปโลกน์เป็นสัตว์ร้ายจากทะเลก็เนื่องมาจากขนาดที่ใหญ่โตที่ได้มีผู้เคยพบเห็น แต่โดยทั่วไปแล้วปลาหมึกที่มนุษย์ใช้บริโภค จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
ปลาหมึก จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับหอยเป็นพวก Mollusks แต่ปลาหมึกจัดอยู่ใน Class Cephalopoda ซึ่งมาจากภาษากรีกแปลว่า "สัตว์หัว-เท้า" (head-footed animals) ประกอบด้วยกลุ่มปลาหมึกต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มปลาหมึกกล้วย (Squid) กลุ่มปลาหมึกกระดอง (Cuttlefish) กลุ่มปลาหมึกสาย (Octopus) และหอยงวงช้าง (Nautilus) เป็นต้น
     ปกติปลาหมึกจัดเป็นสัตว์น้ำที่มีการเจริญเติบโตเร็ว อายุสั้น ขนาดจะมีตั้งแต่ขนาดเล็ก 1 เซนติเมตร ได้แก่ ปลาหมึกแคระ ซึ่งชนิดที่พบในประเทศไทยเล็กที่สุดในโลกคือ Idiosepius thailandicus Chotiyaputta, Okutani and Chaitiamvong, 1991 จนถึงขนาดใหญ่ 20 เมตร คือ Architeuthis spp. (Giant squid) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปลาหมึก รวมทั้งในบรรดาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลง สำหรับกลุ่ม Squid จะมีลักษณะภายนอกประกอบด้วยส่วนสำคัญ 6 ประการคือ
1. ลำตัว (mantle) ทรงกระบอกยาว มีอวัยวะอยู่ภายใน
2. หัวสั้น มีตาขนาดใหญ่
3. แขน (arm) 8 อัน ประกอบด้วยปุ่มดูด (suckers) หรือตะขอ (hooks)
4. ปาก ล้อมรอบด้วยแขน ประกอบด้วยจะงอยปากที่แข็งแรง (beak)
5. หนวดจับ (tentacle) ยาว 1 คู่ ส่วนปลายมีปุ่มดูด
6. ท่อน้ำ (funnel) ออกจากลำตัวอยู่ใต้ส่วนหัว
      ปลาหมึกยักษ์ Giant squid จัดอยู่ใน Family Architeuthidae Pfeffer, 1900 มีเพียง Genus เดียว คือ Architeuthis Steenstrup, 1856 มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า "ruling or chief squid" (Jappetus Steenstrup ศึกษา Architeuthis dux เป็น Type specimen) โดยมีขนาดใหญ่ที่สุดถึงประมาณ 20 เมตร (overall length) น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ที่พบส่วนใหญ่มีขนาด 10-15 เมตร ปุ่มดูด (sucker) บนแขนมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 2.5 เซนติเมตร ซึ่งปุ่มดูดอันใหญ่ที่สุดบนหนวดจับมีขนาดถึง 5-5.5 เซนติเมตร ปลาหมึกยักษ์นี้มักพบในลักษณะที่ตายแล้วถูกซัดเกยฝั่ง หรือพบชิ้นส่วนในท้องปลาวาฬพวก Sperm whale และจากอวนลากน้ำลึก
      สำหรับการแพร่กระจาย พบทั่วไปรอบโลกคือ บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ได้แก่ บริเวณประเทศนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก จากลาบราดอร์ถึงอ่าวเม็กซิโกในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือจากทะเลแบริงถึงญี่ปุ่น ฮาวาย แคลิฟอร์เนีย สำหรับทางมหาสมุทรซีกโลกใต้ พบบริเวณอาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ ทาสมาเนีย และนิวซีแลนด์ จะอยู่ในน้ำลึก 200-1,000 เมตร การดำรงชีพจัดเป็นแบบกึ่งผิวน้ำและกลางน้ำ (Epipelagic and Mesopelagic)
ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับปลาหมึกยักษ์นี้จะได้จากการศึกษาชิ้นส่วนซากของมันที่พบ หรือจากปลาวาฬที่กินมันเป็นอาหาร และอื่น ๆ โดยนักวิจัยต่าง ๆ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 20 ปีมานี้เอง

ลักษณะทั่วไป
      สีของปลาหมึกยักษ์ Architeuthis นี้มีสีแดงแก่จนถึงน้ำตาลแดง จากเซลล์เม็ดสี (chromatophore) ที่ผิวหนัง มันมีความสามารถในการเปลี่ยนสีลำตัว เกิดจากการบังคับด้วยกล้ามเนื้อ การที่ตัวมีสีแดงจะช่วยให้มันสามารถพรางตัวได้ดีในที่ลึก เพราะสีแดงในที่ลึกมากจะเปรียบเสมือนสีดำในเวลากลางคืนบนบกนั่นเอง
ในกล้ามเนื้อลำตัว หัว และแขนของปลาหมึกยักษ์นี้ประกอบด้วยแอมโมเนียมอิออนสูงมาก (NH4+) จึงทำให้สามารถลอยตัวได้ดี แม้แต่เมื่อตายแล้ว จึงเป็นเหตุให้ซากของมันลอยมาได้ไกลจนเกยฝั่ง และยังเป็นตัวการสำคัญทำให้เนื้อของมันมีรสขมของแอมโมเนีย โดยในเนื้อมีความถ่วงจำเพาะ (specific gravity) ซึ่งต่ำกว่าน้ำทะเล ที่ความลึก 50 เมตร อุณหภูมิ 80 ?C ที่มีความถ่วงจำเพาะ 1.022 ถ้าไม่มีแอมโมเนียเนื้อของปลาจะหนักกว่าน้ำทะเล เพราะมีความถ่วงจำเพาะ 1.046 ดังนั้นแอมโมเนียในเนื้อช่วยทำให้ปลาหมึกยักษ์สามารถลอยตัวได้ไม่ต้องใช้พลังงานเพื่อการว่ายน้ำ
     ครีบ ของมันมีขนาดเล็กไม่แข็งแรงนักใช้ช่วยในการว่ายน้ำและเป็นเสมือนหางเสือ ปกติการเคลื่อนที่จะใช้ระบบพุ่งเพื่อขับดัน (Jet propulsion) เพื่อจับเหยื่อหรือหนีศัตรู โดยนำน้ำเข้าภายในลำตัว (mantle) แล้วใช้การปิดล็อกส่วนท่อน้ำกับลำตัวบีบดันน้ำให้ออกทางท่อน้ำให้เกิดการพุ่งตัว ซึ่งส่วนของตัวล็อกท่อน้ำกับลำตัวมีความแข็งแรงมาก
     หัว มีขนาดใหญ่ถึง 1 เมตร มีแขนเป็นระยางค์ 8 แขน รอบโคนแขน (arm) 50 เซนติเมตร ยาว 3-5 เมตร หนวดจับ (tentacle) 2 เส้น มีเส้นรอบวง 25 เซนติเมตร ยาว 10-12 เมตร เทียบเท่าประมาณขนาดหัวของมนุษย์ ซึ่งทำให้มันสามารถเห็นได้ดีในที่ลึกที่มีแสงน้อย เพราะใต้ทะเลลึก 500 ฟุต จะมืดสนิท จะมีเพียงแสงที่เรืองจากสิ่งมีชีวิต (Bioluminescense) ตาจะอยู่ด้านข้างของหัวประกอบด้วยเลนส์เดี่ยวที่สามารถปรับได้ (adjustable lens) คล้ายกับของคน มีรูม่านตาและม่านตา (dark iris, pupil) แต่ไม่มีแก้วตา (Cornea)
    ปาก ล้อมรอบด้วยแขน ประกอบด้วยขากรรไกรที่แข็งแรง จะงอยปาก (beak) มีขนาดใหญ่ถึง 15 เซนติเมตร ประกอบด้วย upper and lower mandibles มี radula or rasping tongue ขนาดเล็ก เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนกับขนาดตัว คือมีความยาว 100 มิลลิเมตร กว้าง 10 มิลลิเมตร เมื่ออาหารถูกกัดกินแล้วจะถูกบังคับลงไปสู่ buccal cavity โดยการขยับของ radula
     อาหาร ของมันได้แก่ ปลาน้ำลึก ปลาหมึกขนาดใหญ่ แต่สำหรับตัวมันเป็นอาหารของปลาวาฬพวก sperm whale โดยพบมากในกระเพาะปลาวาฬปนกับปลาหมึกชนิดอื่น ๆ (octopuses and squids) รวมทั้ง crustaceans ในการกินอาหารจะใช้หนวดจับ (tentacular club) จับอาหาร
      ถุงน้ำหมึก (ink sac) มีขนาดยาวใหญ่พ่นผ่านท่อน้ำ เมื่อมันพุ่งตัวถอยหลัง ปล่อยหมึกออกมาให้เหยื่องุนงง หรือเพื่อพรางตัวหนีศัตรู

ชีววิทยาการสืบพันธุ์
      + เพศเมีย สามารถมีไข่ได้จำนวนมาก ไข่มีขนาดเล็ก 0.5-1.4 มิลลิเมตร กว้าง 0.3-0.7 มิลลิเมตร พบตัวอย่างที่มีไข่หนักถึง 5 กิโลกรัม มีไข่ประมาณ ถึงล้านฟอง ระบบสืบพันธุ์มีรังไข่เดี่ยวอยู่ด้านท้าย อวัยวะภายในมีท่อนำไข่ 1 คู่ มีอวัยวะสร้างเปลือกไข่ที่เรียกว่า nidamental gland ขนาดใหญ่ 1 คู่ เข้าใจว่าการผสมพันธุ์ (fertilization) เกิดเมื่อไข่แก่ผ่านท่อนำไข่ (oviduct) และเชื่อว่าไข่ที่ผสมแล้วน่าจะลอยเป็นแพในมหาสมุทร (float in huge gelatinous masses) เพราะเป็นลักษณะของปลาหมึกน้ำลึก (oceanic squids) ปกติปลาหมึกกล้วยชนิดอื่นจะมีที่เก็บสเปอร์อยู่ใต้ปาก (spermatophores receptacle) แต่ไม่พบใน Architeuthis นอกจากนี้ยังไม่พบ spermatophores ฝังในตัวเมีย ซึ่งปกติในพวก oceanic squids จะพบการฝังตัวแถวช่องในลำตัวใกล้ช่องเปิด
      + เพศผู้ มีแขนที่เปลี่ยนไปเป็นอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ 2 แขน (hectocotylized arms) ขนาดของ spermatophores 10-20 เซนติเมตร
อายุ จากขนาดที่ใหญ่โตมาก ทำให้คาดว่ามันน่าจะมีอายุยืนยาว ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่ามันน่าจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยใน 3 ปี หรือน้อยกว่านั้น อายุขัยประมาณ 5 ปี และต้องการอาหารจำนวนมากเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้นเรียกได้ว่าเป็น "efficient eating machine"
เลือด ปลาหมึกจัดเป็นพวกเลือดสีน้ำเงิน (blue blood) ประกอบด้วย Hemocyanin (hemo = blood, cyan = blue) เพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ระบบหมุนเวียนของร่างกาย
      จำนวน ประชากรในโลกคาดว่าน่าจะมีเป็นล้านเพราะถึงแม้เราพบได้ค่อนข้างยาก แต่ในกระเพาะของปลาวาฬ (Sperm whale) ที่พบกินปลาหมึกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาหมึกน้ำลึก พบจะงอยปากที่ไม่ย่อยทำให้สามารถแยกชนิดได้มีเป็นร้อยชนิด และพบปลาหมึกยักษ์ในท้องเป็นประจำ ได้มีการประเมินประชากรของปลาวาฬไว้ถึงประมาณ 400,000 ตัว ทำให้คาดประมาณจำนวนปลาหมึกยักษ์ว่าน่าจะมีมากกว่า และน่าจะเป็นที่อยู่เดียวกันในน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันจากตัวอย่างที่ได้จากอวนลากน้ำลึกที่ทำการประมงปลา orange roughy, hokie และ scampi บริเวณทางใต้ของประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พบปลาหมึกยักษ์ติดอวนขึ้นมาบางคราว
     มีการศึกษาคาดว่าน้ำหนักของปลาหมึกที่ถูกกินโดย Sperm Whale ในแต่ละปี จะประมาณเท่ากับน้ำหนักของประชากรทั้งโลกรวมกัน
จากตัวอย่างที่นักวิทยาศาสตร์พบทั่วโลกและนำมาวิจัย ได้มีการจำแนกไว้ประมาณ 19 ชนิด แต่นักอนุกรมวิธานปลาหมึก (Teuthologists) ได้มีการสรุปไว้ 3 ชนิดคือ A. dux อยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก A. japonica มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ และ A. sanctipauli มหาสมุทรซีกโลกใต้ (Roper, 1999) แต่ Nesis (1987) กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ว่าทั้ง 3 ชนิด ยังอาจเป็นชนิดเดียวกันแต่เป็นสายพันธุ์ย่อย (Geographical subspecies) เป็น A. dux dux, A. dux martensi, A. dux sanctipauli
      แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครได้พบปลาหมึกยักษ์ชนิดนี้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ความรู้เกี่ยวกับปลาหมึกยักษ์ชนิดนี้จึงยังมีน้อย ได้มาจากตัวอย่างที่ตายเท่านั้น ยังคงเป็นปริศนาลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาว่ามันอาศัยอยู่ที่ไหน ดำรงชีพอย่างไร ทำให้นักชีววิทยาทางทะเลหลายคนสนใจติดตามศึกษาโดยเฉพาะ Dr.Clyde F.E. Roper จากสถาบันวิทยาศาสตร์และธรรมชาติวิทยา สมิทโซเนียนต้องการติดตามศึกษาเพื่อให้ได้คำตอบ โดยพยายามที่จะสำรวจใต้ทะเลลึกเพื่อค้นพบปลาหมึกยักษ์นี้ จากการที่รู้ว่าปลาวาฬ (Sperm whale) กินปลาหมึกยักษ์เป็นอาหารประจำ ดังนั้นถิ่นที่อยู่อาศัยควรจะเป็นแหล่งเดียวกัน จึงหาวิธีติดตามจากปลาวาฬ มีการนำกล้องวีดิโอใต้น้ำเรียก "crittercam" ติดที่หัวปลาวาฬตัวเมียหลายตัว ทำการสำรวจแถบหมู่เกาะ Azores มหาสมุทรแอตแลนติกในปี 2539 แม้ไม่พบปลาหมึกยักษ์ แต่พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการกินอาหาร การอยู่อาศัยและเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายเกี่ยวกับปลาวาฬ
      ต่อมาในปี 2540 ได้มีการสำรวจโดยใช้เรือลำน้ำจิ๋ว Auto-nomous Underwater Vehicle (AUV) ซึ่งประดิษฐ์โดยคณะจาก Massachusetts Institute of Technology ชื่อ "Odyssey" สำรวจนอกฝั่งแถบนิวซีแลนด์ ลึก 750 เมตร แต่ก็ไม่พบปลาหมึกยักษ์เลย
ในปี 2542 จึงมีการนำห้องปฏิบัติการใต้น้ำ (Deep Sea Submersible) ที่มีคนลงไปได้ชื่อ "Deep Rover" สำรวจบริเวณ Kaikoura Canyon นอกฝั่งแถบนิวซีแลนด์ได้พบสัตว์น่าสนใจอื่น ๆ แต่ไม่พบ Architeuthis เช่นเคย
      ดังนั้นปลาหมึกยักษ์ (Giant Squid-Architeuthis) ยังคงความเป็นสัตว์ลึกลับสำหรับเราอยู่ นักวิทยาศาสตร์ยังคงเฝ้าติดตามค้นหาและศึกษาจนกว่าจะได้พบขณะที่ยังมีชีวิต เพื่อไขปริศนาต่าง ๆ เกี่ยวกับมันต่อไปอีก
นอกจาก Architeuthis แล้ว ยังมีปลาหมึกที่มีขนาดใหญ่มาก ถูกเรียกเป็นปลาหมึกยักษ์อีกชนิดหนึ่งอยู่ใน Family Ommastrephidae คือ Genus Dosidiscus Steenstrup, 1857 มีชนิดเดียวคือ Dosidiscus gigas (Orbigny, 1835) Flying jumbo squid โดยขนาดใหญ่สุดที่พบมีขนาดความยาวลำตัว (Mantle length) 1.5 เมตร (ความยาวทั้งหมด 4 เมตร) แต่ส่วนใหญ่ที่พบมีขนาด 50-80 เซนติเมตร น้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม มีการแพร่กระจายอยู่ทั้งใกล้ฝั่งและในมหาสมุทร (Neritic and Oceanic) แถบประเทศเปรู และชิลี ดำรงชีพเป็นแบบกึ่งผิงน้ำและกลางน้ำ (epipelagic และ mesopelagic) อายุขัยของปลาหมึกชนิดนี้ประมาณ 1 ปี และมีอัตราการตายสูงมากหลังการวางไข่ ปลาหมึกชนิดนี้มีความสำคัญทางการประมง ถูกจับด้วยเครื่องมือเบ็ดตกโดยใช้แสงไฟล่อเนื้อนำมาใช้เป็นเหยื่อตกปลา ถ้าสำหรับการบริโภคใช้ตากแห้ง และบรรจุกระป๋อง
      สำหรับหมึกสาย หรือที่เราเรียกหมึกยักษ์นั้นมีชนิดที่จัดว่าเป็นปลาหมึกยักษ์ได้คือ Octopus cyaneus Gray, 1849 ขนาดใหญ่สุด (total length) 120 เซนติเมตร หนัก 4 กิโลกรัม มีการแพร่กระจายแถบอินโดแปซิฟิกOctopus macropus Risso, 1826 ขนาดใหญ่สุด (total length) 120-150 เซนติเมตร (ทั่ว ๆ ไป 60 เซนติเมตร) หนัก 2 กิโลกรัม มีการแพร่กระจายทั่วโลกแถบอบอุ่นค่อนข้างหนาวOctopus maya Voss & Solis, 1966 ขนาดใหญ่สุด (total length) 130 เซนติเมตร หนัก 5 กิโลกรัม มีการแพร่กระจายแถบประเทศเม็กซิโก ด้านมหาสมุทราแอตแลนติกOctopus vulgaris Cuvier, 1797 ขนาดใหญ่สุด (total length) ตัวเมีย 120 เซนติเมตร ตัวผู้ 130 เซนติเมตร หนัก 10 กิโลกรัม มีการแพร่กระจายทั่วโลกเขตร้อนและหนาว มีความสำคัญยิ่งในทางการประมง

คำขอบคุณ

การเพาะเลี้ยงปลาหมึกสวยงาม
Culture of Ornamental Cephalopods


จารุวัฒน์  นภีตะภัฏ


คำนำ

ผลการศึกษาและวิจัยทางวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของสัตว์น้ำในกลุ่มปลาหมึกทำให้ทราบว่า ปลาหมึกเป็นสัตว์น้ำที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ และบางชนิดสามารถเพาะเลี้ยงได้จนครบวงจรชีวิต ปลาหมึกน้ำตื้น(neritic cephalopods)หลายชนิดที่เป็นปลาหมึกหน้าดิน ในกลุ่มปลาหมึกกระดอง(sepiid cuttlefish) กลุ่มปลาหมึกหูช้าง(sepiolid squids) กลุ่มปลาหมึกแคระ(idiosepiid squids) และกลุ่มปลาหมึกสาย(octopus) สามารถเพาะเลี้ยงได้(ตารางที่ 1) มีขนาดเล็ก มีสีสันและท่าทางการเคลื่อนไหวที่งดงาม สามารถเปลี่ยนแปลงสีตัวได้รวดเร็วและรูปแบบของสีมีความหลากหลายสูง ตลอดจนพฤติกรรมบางประการสามารถปรับตัวอยู่ในบริเวณจำกัดได้ดี เช่น พฤติกรรมการนอนหมอบอยู่กับหน้าดินของกลุ่มปลาหมึกกระดอง พฤติกรรมการอยู่ในโพรงของกลุ่มปลาหมึกสาย พฤติกรรมที่สามารถหัดให้กินอาหารไม่มีชีวิตได้ เป็นต้น ทำให้เหมาะสมต่อการเลี้ยงในตู้กระจกเพื่อเป็นสัตว์น้ำสวยงาม

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ลักษณะเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ปลาหมึกมีชีวิตจากการเพาะเลี้ยงมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์อีกด้านหนึ่งในแง่ของการเป็นผลผลิตสัตว์น้ำสวยงาม ซึ่งมีราคาต่อหน่วยผลผลิตสูงกว่าการเป็นผลผลิตอาหารในขนาดที่เท่ากันและความต้องการของตลาดมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสินค้าชนิดใหม่ในตลาด การเพาะเลี้ยงปลาหมึกเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ในลักษณะของการประกอบการขนาดเล็ก(small scale) เช่นเดียวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำชนิดอื่นๆ

อย่างไรก็ตามการเพาะเลี้ยงปลาหมึกเพื่อเป็นสัตว์น้ำสวยงามโดยมีพื้นฐานจากผลการศึกษาที่ผ่านมาอยู่บ้างแล้วยังควรจะได้รับการศึกษา และวิจัยเป็นการเฉพาะเพื่อพัฒนาเทคนิควิธีการที่แตกต่างจากการเพาะเลี้ยงเพื่อสร้างสร้างผลผลิตอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงปลาหมึกชนิดอื่นๆเพื่อพัฒนาผลผลิตเป็นสินค้าชนิดใหม่ตอบสนองต่อความต้องการอันหลากหลายอย่างสูง ของตลาดสัตว์น้ำสวยงามอีกประการหนึ่ง

การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกจากนั้น การศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงปลาหมึกเป็นสัตว์น้ำสวยงามยังสามารถที่จะส่งผลในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ไว้ในขณะเดียวกันอีกด้วย ตัวอย่างเช่น กรณีปลาหมึกแคระไทย(Idiosepius thailandicus) ซึ่งเป็นปลาหมึกชนิดที่เล็กที่สุดในโลก เมื่อเติบโตเต็มที่มีความยาวเพียง 1 เซนติเมตร กรณีปลาหมึกหูช้างไทย(Euprymna hyllebergi) หรือกรณีปลาหมึกสายราชา(Octopus rex) และปลาหมึกสายไทย(Octopus siamensis) ปลาหมึกเหล่านี้เป็นปลาหมึกชนิดใหม่ที่ค้นพบเป็นครั้งแรกของโลกและพบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่ง ปากแม่น้ำและป่าชายเลน ซึ่งสภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนอาจรบกวนการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์เหล่านี้ การศึกษาวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาหมึกชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์น้ำสวยงามนอกจากจะเป็นการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ แล้วยังเป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพช่วยรักษาพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นไว้ เช่นกัน

สนับสนุนการประกอบการระดับพื้นบ้าน

การเพาะเลี้ยงปลาหมึกเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นสามารถดำเนินการได้ในลักษณะของการประกอบการขนาดเล็ก(small scale) ในแบบที่เรียกว่า backyard hatchery เช่นเดียวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำชนิดอื่นๆ ที่ใช้เงินลงทุนน้อยและต้นทุนในการจัดการต่ำ ในขณะที่ราคาต่อหน่วยของผลผลิตสูงกว่าการเป็นผลผลิตอาหารและยังใช้เวลา ในการเพาะเลี้ยงสั้นกว่าเพราะขนาดผลผลิตที่ต้องการมีขนาดเล็กกว่า เป็นการตอบสนองต่อนโยบายพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตามยุทธศาสตร์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับพื้นบ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกทางหนึ่ง

ชีวประวัติกลุ่มปลาหมึกสวยงาม

กลุ่มปลาหมึกกระดอง -CUTTLEFISH (Sepia spp., Sepiella spp., Metasepia spp.) ปลาหมึกหน้าดิน ขนาดโตเต็มที่แตกต่างกันไปตามชนิด ตั้งแต่ 2-30 ซม. ชอบนอนหมอบหรือฝังตัวอยู่ในหน้าดิน กินอาหารจำพวกกุ้ง ปู บางชนิดสามารถเพาะเลี้ยงได้ และบางชนิดเพาะเลี้ยงได้จนครบวงจรชีวิต วางไข่ประมาณ 500-1500 ฟองต่อตัวแล้วแต่ชนิด และขนาดของแม่พันธุ์ ไข่ใช้เวลาในการฟักประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 2-7 มม. มีลักษณะการดำรงชีวิตแบบหน้าดิน ยกเว้นกลุ่มปลาหมึกกระดองหางไหม้ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีลักษณะการดำรงชีวิตแบบกลางน้ำ ปลาหมึกกระดองมีสีสันสวยงามและหลากหลายแบบในตัวเดียวกันโดยสามารถเปลี่ยนแปลงสีตัวได้ในฉับพลันตามสภาพแวดล้อมเพื่อพรางตัว หรือตามอารมณ์ความรู้สึก เป็นการสื่อสารในระหว่างพวกเดียวกัน ตลอดจนส่งสัญญาณไปยังสัตว์อื่น เช่น ขู่ศัตรูหรือหลอกล่อเหยื่อ เป็นต้น

กลุ่มปลาหมึกหูช้าง-BOBTAIL SQUID (Euprymna spp.) เป็นปลาหมึกหน้าดินน้ำตื้น โตเต็มที่มีขนาดความยาวลำตัว 1-3 ซม. ชอบนอนหมอบหรือฝังตัวอยู่ในหน้าดิน สามารถสร้างเมือกกาว(mucus)บนผิวของลำตัวแล้วนำเม็ดกรวดทรายมาติดเพื่อเป็นปลอกหุ้มอำพราง ตัวจากเหยื่อและศัตรู ปลอกอำพรางตัวนี้จะถูกสลัดทิ้งได้ในทันทีตามต้องการ ชอบกินอาหารจำพวกกุ้ง ปู(crustacean) ปลาหมึกหูช้างสามารถเพาะเลี้ยงได้ครบวงจรชีวิต โตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 3 เดือน วางไข่ประมาณ 200 ฟองต่อตัว ไข่ใช้เวลาฟักประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 2 มม. มีการดำรงชีวิตแบบกลางน้ำประมาณ 1 เดือนแล้วจึงเปลี่ยนเป็นแบบหน้าดิน

กลุ่มปลาหมึกแคระ-PYGMY SQUID (Idiosepius spp.) เป็นปลาหมึกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เมื่อโตเต็มที่เพศเมียมีความยาวลำตัว 1-3 ซม. ส่วนเพศผู้ 0.5-1.5 ซม.เท่านั้น พบในบริเวณชายฝั่ง ป่าชายเลน แหล่งสาหร่ายทะเล และแหล่งหญ้าทะเล พฤติกรรมมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างยิ่งที่ไม่พบในปลาหมึกชนิดอื่น กล่าวคือ สามารถเกาะติดอยู่อยู่กับวัสดุต่างๆโดยใช้อวัยวะพิเศษ (adhesive organ)บนส่วนหลังของลำตัว กินอาหารพวก crustacean ขนาดเล็ก วงจรชีวิตประมาณ 3 เดือน สามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในห้องทดลองได้ วางไข่ประมาณ 100 ฟองต่อตัว ไข่ใช้เวลาฟักประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกปลาหมึกแรกเกิด มีการดำรงชีวิตแบบกลางน้ำ

กลุ่มปลาหมึกสาย-OCTOPUS (Octopus spp.) เป็นปลาหมึกหน้าดิน ความยาวลำตัวเมื่อโตเต็มที่ 4-6 ซม. ชอบอาศัยอยู่ในโพรงหรือเปลือกหอยเปล่า ชอบกินอาหารจำพวกกุ้งและปู สามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในบ่อทดลองได้ วางไข่ประมาณ 200-500 ฟองต่อตัว แม่ปลาหมึกสายจะกกไข่อยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งไข่ฟัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมพิเศษแตกต่างจากปลาหมึกกลุ่มอื่นๆที่จะไม่ดูแลไข่ ไข่ใช้เวลาในการฟักประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 2 มม. มีลักษณะการดำรงชีวิตแบบกลางน้ำ(planktonic)

ชีวประวัติของปลาหมึกพันธุ์ท้องถิ่น

ปลาหมึกหูช้างไทย(Euprymna hyllebergi) พบเป็นครั้งแรกของโลกในน่านน้ำไทยฝั่งทะเลอันดามัน ต่อมามีการพบในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก บริเวณจังหวัดระยองด้วยไม่มีรายงานการพบปลาหมึกชนิดนี้ในประเทศอื่น โตเต็มที่มีขนาดความยาวลำตัว 1-3 ซม. เป็นปลาหมึกหน้าดินน้ำตื้น นำเม็ดกรวดทรายมาสร้างปลอกหุ้มอำพรางตัวได้ ปลาหมึกหูช้างไทยสามารถเพาะเลี้ยงได้ครบวงจรชีวิต โตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 3 เดือน

ปลาหมึกแคระไทย(Idiosepius thailandicus) พบเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทย บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกในจังหวัดระยองและจันทบุรี และภาคใต้ตอนบน ไม่มีรายงานการพบปลาหมึกชนิดนี้ในประเทศอื่น จัดเป็นปลาหมึกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เมื่อโตเต็มที่เพศเมียมีความยาวลำตัว 1-1.5 ซม. ส่วนเพศผู้ 0.5-0.8 ซม.เท่านั้น สามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในห้องทดลองได้ พฤติกรรมมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างยิ่งโดยที่ไม่พบในปลาหมึกชนิดอื่น อยู่ร่วมกับสาหร่ายและหญ้าทะเลโดยใช้อวัยวะบนส่วนหลังเกาะติดอยู่ กินอาหารพวก crustacean ขนาดเล็ก ใช้หนวดจับอาหาร(tentacles)ในการผสมพันธุ์แทนที่จะใช้หนวดผสมพันธุ์(hectocotylus) เช่นเดียวกับปลาหมึกชนิดอื่น พฤติกรรมนี้พบเป็นครั้งแรกในปลาหมึกแคระไทย

ปลาหมึกสายราชา(Octopus rex) ปลาหมึกสายจุดขาว(O. neglectus) และปลาหมึกสายไทย(Octopus siamensis) พบเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทย ไม่มีรายงานการพบปลาหมึกสาย 3 ชนิดนี้ในประเทศอื่น เป็นปลาหมึกสายหน้าดิน ความยาวลำตัวเมื่อโตเต็มที่ 4-6 ซม. ชอบอาศัยอยู่ในโพรงหรือเปลือกหอยเปล่า สามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในบ่อทดลองได้ ไข่ใช้เวลาในการฟักเป็นตัวประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีลักษณะการดำรงชีวิตแบบกลางน้ำ(planktonic)

เทคนิคการเลี้ยงปลาหมึกเป็นสัตว์น้ำสวยงาม

ปลาหมึกที่เหมาะกับการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม คือ กลุ่มปลาหมึกหน้าดินและกลุ่มปลาหมึกสาย ข้อควรตระหนัก คือ ปลาหมึกเป็นสัตว์น้ำอีกกลุ่มหนึ่งที่แตกต่างจากกลุ่มกุ้งหรือกลุ่มปลา ดังนั้นเทคนิคการเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงามแม้ว่าจะสามารถประยุกต์ วิธีการและเทคนิคจากการเลี้ยงกุ้งหรือปลามาใช้ได้แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับปลาหมึกด้วย โดยมีหลักการและเทคนิคการจัดการ ดังนี้

1. การป้องกันการพ่นน้ำหมึก ปลาหมึกจะพ่นหมึกเพื่อหลอกล่อและกำบังตัวเองจากศัตรู หรือเมื่อเกิดการตื่นตกใจอย่างเฉียบพลันเท่านั้น ประเด็นนี้จึงไม่เป็นที่น่าวิตกมากอย่างที่คาด นอกจากนั้น ปลาหมึกที่มีขนาดพอเหมาะกับการเลี้ยงในตู้กระจกเป็นปลาหมึกขนาดเล็กประมาณ 2-5 ซม. จึงมีปริมาณน้ำหมึกที่พ่นออกมาไม่มากพอที่จะทำให้น้ำในตู้ขุ่นดำและเน่าเสีย และไม่เกินขีดความสามารถของเครื่องกรองในตู้สัตว์ทะเลสวยงาม ตามปกติ การหลีกเลี่ยงการเคาะและสัมผัสกระจก การจัดแสงให้ภายในตู้สว่างกว่าบริเวณภายนอกจะช่วยลดความเครียดปลาหมึกจากการมองเห็นผู้ชมได้ดี การใส่ที่หลบซ่อนลงในตู้เลี้ยงปลาหมึกสาย เช่น บ้านกระเบื้องเคลือบ ไหดินเผา ให้อาศัยเป็น”บ้าน” เป็นวิธีที่ลดความเครียดของปลาหมึกกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดีและยังเป็นการเพิ่มความสวยงามในการจัดตู้อีกประการหนึ่ง อาจใช้ท่อ PVC แบบโปร่งใสตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 10 ซม.เป็น “บ้าน” ช่วยให้สามารถสังเกตพฤติกรรมได้สะดวกและยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

2. การเลี้ยงรวมกับสัตว์อื่น ปลาหมึกขนาดเล็กสามารถเลี้ยงรวมกับสัตว์น้ำชนิดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ ส่วนสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าตัวปลาหมึกหรือใหญ่กว่าไม่เกิน 2 เท่าตัวอาจถูกปลาหมึกจับกินเป็นอาหาร หลักการนี้ใช้สำหรับการให้อาหารปลาหมึกที่เลี้ยงในตู้ด้วยเช่นกัน ส่วนปลาหมึกที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น ด้วยสีสันและลักษณะท่าทางการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะเฉพาะ การเลี้ยงปลาหมึกเพียงอย่างเดียวในตู้สามารถให้ความสวยงามที่โดดเด่นได้ ทำนองเดียวกับการเลี้ยงปลาออสการ์ ปลาตะพัด และปลาอะโรวาน่า เป็นต้น

3. การลำเลียงขนส่ง อาศัยหลักการและวิธีการเดียวกับการลำเลียงขนส่งสัตว์น้ำทะเลชนิดอื่น กล่าวคือ ถ้าเป็นการลำเลียงแบบใช้ถังเปิดก็ต้องให้อากาศตลอดเวลา ถ้าเป็นการขนส่งแบบใช้ถุงพลาสติกอัดออกซิเจน ปริมาตรของออกซิเจนขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการลำเลียง ขนาดและชนิดของปลาหมึก โดยทั่วไป ปริมาตรออกซิเจนประมาณ 10 เท่าของปริมาตรตัวปลาหมึกจะเพียงพอสำหรับการลำเลียงไม่ต่ำกว่า 6 ชม. ระหว่างการลำเลียงขนส่งควรลดอุณหภูมิลงจากปกติ 3-5°ซ เพื่อลดอัตราการบริโภคออกซิเจนและลดความเครียด การขนส่งแบบใส่ถุงพลาสติกอัดออกซิเจนแล้วบรรจุในกล่องโฟมอีกชั้นหนึ่ง จะช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ดีขึ้นและยังลดความเครียดอันเกิดจากสิ่งรบกวนจากการมองเห็นของปลาหมึกอีกด้วย สำหรับกลุ่มปลาหมึกสาย การเคลื่อนย้ายและการจับเพื่อการลำเลียงขนส่งควรยก“บ้าน”ระหว่างที่ตัวอยู่ภายในไปพร้อมกัน การมี“บ้าน”เดิมติดไปด้วยช่วยลดความเครียดได้อย่างดี

4. การจัดแสงภายในตู้ ปลาหมึกสายบางชนิด มีพฤติกรรมอาศัยอยู่ในโพรงและออกมาหากินในเวลากลางคืน อาจทำให้ชื่นชมความสวยงามไม่สะดวก การจัดแสงให้เหมาะสมโดยให้แสงเฉพาะแสงสีแดงที่ปลาหมึกมองไม่เห็นจึงคิดว่าเป็นเวลากลางคืน กระตุ้นให้ปลาหมึกสายออกจากโพรงให้เราชมได้

ตารางที่ 1 : ชนิดของปลาหมึกที่มีศักยภาพที่จะวิจัยและพัฒนาเป็นสินค้าสัตว์น้ำสวยงาม

 กลุ่มปลาหมึกหน้าดิน ปลาหมึกกระดองลายเสือ Sepia pharaonis 3
ปลาหมึกกระดองลายปาก S. lycidas1
ปลาหมึกกระดองหางหนาม S. aculeata1
ปลาหมึกกระดองหางไหม้ Sepiella inermis3
ปลาหมึกกระดองดอกไม้ Metasepia tullbergi1
ปลาหมึกหูช้าง Sepiadarium kochii2
Euprymna berryi1
Euprymna hyllebergi
3
Sepiola trirostrata
1
Inioteuthis maculosa1

ปลาหมึกแคระไทย Idiosepius thailandicus2
ปลาหมึกแคระหางแหลม I. pygmaeus2
ปลาหมึกแคระสองแถว I. biserialis2

กลุ่มปลาหมึกสาย

ปลาหมึกสายก้านร่ม Octopus exannulatus1
ปลาหมึกสายจุดขาว O. neglectus2
ปลาหมึกสายราชา O. rex2
ปลาหมึกสายไทย O. siamensis2
ปลาหมึกสายขาว Cistopus indicus2

1 มีศักยภาพ แต่ยังไม่มีการศึกษาและวิจัย 

2 มีศักยภาพ มีการศึกษาและวิจัย และเพาะเลี้ยงได้

3 มีศักยภาพ มีการศึกษาและวิจัย และสามารถเพาะเลี้ยงได้ครบวงจรชีวิต


ป้าย : d
Dictionary : d



http://maps.google.com/maps?f=d&saddr=Lum+Luk+Ka&daddr=%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81+to:1+to:Mittraphap+to:%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81&hl=th&geocode=FQK11AAd2IQBBg%3BFSR22AAdhJ7_BQ%3BFS6J3QAdDNcDBg%3BFTK23wAdQDELBg%3BFUav3gAd5VQLBg&mra=mr&mrcr=3&sll=14.64604,101.397629&sspn=0.295628,0.439453&ie=UTF8&z=11
by : deaw [2008-09-09 10:47:44]