Pay It Forward ทฤษฎีส่งต่อความดี

หลายคนที่เพิ่งมาเริ่มทำธุรกิจตรงนี้ มักจะมีคำถามที่ว่า ทำยังไง คนถึงจะสนใจ?
เรามักจะได้คำตอบในแบบต่างๆ นาๆ ทั้งเช่นว่า โพสเยอะๆสิ หาวิธีใหม่ๆสิ หรือ ลงโฆษณาไปเลยคุ้ม!
จริงอยู่คะ วิธีเหล่านั้นมันคือ เทคนิค ที่ทำให้เรามีรายชื่อผู้สนใจเข้ามาอย่างมากมาย หรือ มีดาวไลน์กำเนิดใหม่ ได้ทุกๆ วัน
แต่
สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนลืมนึกไปก็คือ การให้
บางคนได้เทคนิคดีๆ มาล่ะ พอลงมือทำ เอ๊ะ!! ทำไมมันไม่เห้นผลแบบเค้าน๊าา ทำไมเราได้ดาวไลน์น้อยจัง
แล้วมันก็บังเอิญว่า
ฝ้ายเองได้ ทราบถึงภาพยนต์เรื่องนึง มีชื่อว่า Pay It Forward ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่ดีมากๆ โดยเค้ากล่าวถึงการจ่ายล่วงหน้า หรือ ทฤษฎีส่งต่อความดี
ภาพยนต์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยเด็กน้อยวัย 11 นามว่า เทรเวอร์ และคุณครูประจำชั้นชื่อว่า ซิมโมเน็ท กับการบ้านวิชาสังคมศาสตร์ว่าด้วยเรื่อง การเปลี่ยนโลก
จริงแล้วเป้าหมายของการบ้านอยู่ที่กระบวนการไม่ใช่ผล ไม่ว่าจะสำเร็จ หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่คุณครูใส่ใจและต้องการ คือการลงมือทำ

แนวคิดของ เทรเวอร์ คือ การส่งต่อความดี ให้กับคน 3 คน และ 3 คนนั้น ก็ต้องส่งต่อความดีให้กับคนอีก 3 คน
หากแนวคิดนี้สำเร็จ
เราจะช่วยคนได้ หลายพันเท่าทวี
เพียงแต่ความเป็นจริงมันช่างโหดร้าย สัตว์สังคม อย่าง มนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเปลี่ยนได้ง่าย หรือ ทำให้คิดเหมือนกับเราได้ง่ายๆ เช่นกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ เทรเวอร์ ทำก็คือ การให้อย่างไม่ลดละ และไม่เคยย่อท้อในการ ส่งต่อสิ่งดีๆ ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม
ในขณะที่คนถามว่า เทรเวอร์ ต้องการอะไร? ป่าวเลย
ตัวเทรเวอร์ไม่ได้ต้องการอะไรกลับคืน เพียงแต่ ต้องการให้เค้าส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ไปให้คนอื่นต่อก็แค่นั้นเอง
ด้วยความไม่เห็นแก่ตัวของเทรเวอร์ทำให้ กระแสการส่งต่อความดี กระจายออกไป เริ่มจากเมืองเล็กๆ ไปจนถึงระดับรัฐ ระดับประเทศ
จนนักข่าวคนนึง ที่ได้รับการช่วยเหลือ จากแนวคิดของ เทรเวอร์ ตัดสินใจสืบย้อนกลับไปหาต้นตอของกระแส จนไปถึงตัว เทรเวอร์
และทำให้ เทรเวอร์ รู้ว่า
การส่งต่อความดี ของเค้าได้ผล และเป็นผลลัพธ์ที่มหาศาลมากซะด้วย
มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ หลายคนคงรู้แล้วว่า ธุรกิจที่เราทำอยู่นี้หลักสำคัญแล้วไม่ใช่การ อยากได้ แต่เป็นการ อยากให้ ต่างหาก
อยากให้อะไร ? ก็ให้ โอกาสในการสร้างธุรกิจ โอกาสในการสร้างรายได้ โอกาสในการมีอิสระภาพทางการเงิน หรือ โอกาสในการสานฝัน ของเพื่อนๆ ทุกคนไงคะ
เพื่อนๆ ลองคิดดูว่า ถ้าเพื่อนๆ แค่อยากได้ มันจะเกิดอะไรขึ้น เงินแค่ 60 บาท จากคนหนึ่งคนเหรอคะ ? หาคน 10 คนสิได้ 600บาท
แค่นั้นเหรอคะ ?
ปัจจัยของการ สร้างเครือข่าย เพื่อรายได้อันมั่นคงของเรา คือการ ส่งต่อโอกาสในการสร้างรายได้ ส่งต่อความรู้ในการทำธุรกิจไม่ใช่หรือคะ
เพราะฉนั้น ถ้าเราแค่ อยากได้ แล้วใครละ จะอยากให้เรา
แต่
ถ้าเรา อยากให้ ใครล่ะคะ จะไม่รับ
และด้วยความพยายามอยากจะให้สิ่งดีๆ ได้ถูกส่งต่อๆไป แม้เพื่อนๆอาจจะให้ได้ไม่มากนัก แต่ผลลัพธ์นั้นก็ยิ่งใหญ่ เหมือนกับที่ เทรเวอร์ ได้ทำให้เห็นแล้วว่า ผลลัพท์จากการช่วยเหลือคนเพียงแค่ 3 คนมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน
Secret of Attraction Marketing
อ๊ะๆ!! อย่าเพิ่งตกใจค่ะ ว่าทำไม Secret of Attraction Marketing ถึงได้มาอยู่ตรงนี้
อันที่จริงฝ้ายเคยลงมันไว้ในบทความที่ 1 ไปแล้ว แต่พอฝ้ายกลับมาอ่านอีกที มันแลจะขัดๆ กันยังไงไม่รู้ ฝ้ายก็เลยดึงมันออกมา
เอามาไว้ในบทที่ 2 นี้แทนค่ะ พร้อมกับนำวิธีที่ง่าย กว่านั้นมาให้ค่ะ
Secret of Attraction Marketing คืออะไร?
แปลง่ายๆ คือ เคล็ดลับการตลาดแบบดึงดูด นั่นเอง แล้วมันทำยังไงล่ะ?
ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ การตลาดแบบดึงดูด นั้นบางคนอาจคิดว่าต้องใช้ระยะเวลาและความสามารถสักนิดหน่อย
แต่ฝ้ายบอกได้เลยว่า มันง่ายมากๆ เลยล่ะค่ะ เพียงแค่เพื่อนๆ มีความคิดแบบ เทรเวอร์ เท่านั้นเอง
แห๋ม ลากน้อง เทรเวอร์ มาอีกล่ะ หุหุ
จากเรื่องของ เทรเวอร์ เพื่อนๆ คงเห็นแล้วใช่มั๊ยคะ ว่า เทรเวอร์ไม่ได้เก่งอะไรเลย หรือ เป็นเด็กที่ฉลาดสุดๆ ซะเมื่อไหร่ เพียงแค่เทรเวอร์มีจิตใจดี และอยากจะให้เท่านั้นเอง
เพียงแค่นี้ มันก็เป็น feedback กลับมาหาตัวเรา โดยถูกโยงเข้าไปกับ กฏของการดึงดูด ได้แล้วค่ะ
เราไม่จำเป็นจะต้องไปขยั้นขยอ หรือยัดเยียด อะไรให้กับใครหรอกค่ะ เราเพียงแค่ช่วย ในสิ่งที่เค้าอยากให้ช่วยเท่านั้นเอง
แต่ แต่ แต่ ก็ต้องดูด้วยนะคะ ว่าอะไรสมควรช่วย อะไรไม่สมควรช่วย อย่างหาดาวไลน์ให้นี่ไม่ควรช่วยอย่างแรงเลยคะ เพราะ มันจะทำให้คนๆนั้นขี้เกียจขึ้นมา เพียงเพราะว่าไหนๆ ก็มีคนช่วยแล้วนิ จะขยันไปทำไม
มันเหมือนกับ พ่อแม่รังแกฉัน อย่างไงอย่างงั้นเลย เพราะฉะนั้น ห้าม ห้าม ห้าม ค่ะ
เราแค่ ให้ความช่วยเหลือ ทางด้าน วิธีการ พอคะ
อ๊ะๆ!! พูดถึงวิธีการ เลยนึกอะไรออกมาอย่าง มันเป็นบทสนทนาจาก ภาพยนต์เรื่อง หนีตามกาลิเลโอ (ดูหนังอีกแว๊ว อิอิ) ค่ะ
http://ovm21.co.cc/pay-forward/